ลดเหงื่อและลดกลิ่นตัวด้วย MiraDry

ลดกลิ่นตัว

กลิ่นตัว ถือว่าเป็นปัญหาที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตนเองเป็นอย่างมาก เพราะวิตกกังวลอยู่เสมอว่า กลิ่นตัวเราจะทำให้ไปรบกวนผู้อื่นที่อยู่ใกล้ชิดกับเราหรือเปล่า ยิ่งบ้านเราเป็นเมืองร้อน ยิ่งร้อนมากเท่าไหร่ ยิ่งเกิดเหงื่อมากขึ้นตาม และนำไปสู่การเกิดกลิ่นตัวในที่สุด ซึ่งการเกิดกลิ่นตัวนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ที่ส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถหาวิธีจัดการกับกลิ่นตัวได้อย่างมากมายหลายวิธี เพื่อเป็นการลดกลิ่นตัว หรือการป้องกันการเกิดกลิ่นต้น ควรศึกษาหาวิธีต่าง ๆ มาเพื่อเป็นรายละเอียดที่จะทำให้กลิ่นตัวของคุณลดลงหรือหายขาดได้ หากไม่รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี อาจจะส่งผลเสียกับคุณได้ ทำให้เสียบุคลิกภาพ เป็นที่รังเกียจของผู้คนรอบข้างได้ จึงจำเป็นต้องหาวิธีจัดการอย่างเร่งด่วน

กลิ่นตัว คืออะไร

กลิ่นตัว  คือ กลิ่นเหม็นหรือกลิ่นที่เกิดจากสิ่งไม่พึงประสงค์ ที่มักเกิดจากการสะสมของเชื้อโรคในร่างกาย จะเกิดขึ้นในช่วงของวัยรุ่น  มีสาเหตุจากการที่ต่อมเหงื่อ มีการทำงานเพิ่มมากขึ้น  หากอุณหภูมิภายในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณรักแร้ ฝ่ามือ เท้า หรือขาหนีบ ไม่ว่าจะออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ในสถานที่ที่มีอากาศ ร้อน ก็จะมีเหงื่อออกมาท่วมตัว  เมื่อเหงื่อสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง จึงก่อให้เกิดกลิ่นตัวหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นได้

สาเหตุของการเกิดกลิ่นตัว

กลิ่นตัวเกิดจากสารที่สร้างมาจากต่อมกลิ่น (apocrine gland) ซึ่งพบได้มากบริเวณรักแร้ และหัวหน่าว  ต่อมกลิ่นของคนเรานั้น พบได้ตั้งแต่เกิด และต่อมกลิ่นจะเริ่มทำงานเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ได้สร้างกลิ่นซึ่งเกิดจากลักษณะทางเพศอย่างหนึ่ง ซึ่งต่อมกลิ่นจะหลั่งสารออกมาข้างนอกผิวหนัง ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันหลายชนิด (fatty acid, sulfanyl alkanols และ steroid )  จะมีลักษณะเหนียวข้น แต่ไม่มีกลิ่น เมื่อออกมาด้านนอกจะถูกเชื้อแบคทีเรีย แบคทีเรีย (Corynebacteria spp.) จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสายที่มีกลิ่น คือ แอมโมเนียและกรดสายสั้นขึ้นได้

วิธีการป้องกันและลดการเกิดกลิ่นตัว

  1. อาบน้ำวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายที่ เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานในแต่ละวัน ได้ชำระสิ่งสกปรก กำจัดเชื้อแบคทีเรีย หลังการอาบน้ำทุกครั้ง ควรเช็ดตัวให้แห้ง เพราะเชื้อแบคทีเรีย สามารถเจริญเติบโต ได้ในบริเวณที่มีความ เปียกชื้น
  2. ดูแลความสะอาดของรักแร้ รักแร้เป็นอวัยวะที่มีต่อมอะโพไครน์ เป็นจำนวนมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว การอาบน้ำ ควรทำความสะอาดบริเวณรักแร้ให้สะอาด โดยใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย รวมไปถึงการโกนขนรักแร้อยู่เป็นประจำเพื่อให้เหงื่อได้ระเหยได้เร็วขึ้น ลดการสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียได้ควรดูแลรักแร้ให้แห้งอยู่เสมอเพื่อช่วยลดการเกิดกลิ่นตัวได้
  3. สารระงับเหงื่อ มีส่วนผสมของอลูมิเนียมคลอไรด์เพื่อลดการผลิตเหงื่อ โดยสามารถทาที่รักแร้เป็นประจำทุกคืน สามารถล้างออกได้ในตอนเช้าหากมีปริมาณเหนือที่ลดลง อาจใช้งานเป็นวันเว้นวัน หรือ 1 ถึง 2 ครั้งต่อสัปดาห์ได้
  4. ยาดับกลิ่นตัวสามารถช่วยกำจัดกลิ่นตัวแต่ไม่สามารถลดการผลิตเหงื่อลงได้ ซึ่งยาดับกลิ่นตัวส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เป็นหลัก ซึ่งจะปรับสภาพผิวให้มีความเป็นกรดมากขึ้น มีส่วนผสมของน้ำหอมสามารถปกปิดกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นตัวได้
  5. สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด หมั่นทำความสะอาดเสื้อผ้าอยู่เป็นประจำ ไม่ควรใส่เสื้อผ้าซ้ำ โดยไม่ได้ซัก เปลี่ยนชุดหลังจากออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมอื่น ๆที่มีเหงื่อออกมามาก รวมไปถึงควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้า ที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติเช่นผ้าฝ้าย ผ้าลินิน สามารถช่วยระบายอากาศและทำให้เหงื่อระเหยได้ไวขึ้น
  6. การรับประทานอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันหรืออาหารที่มีกลิ่นรุนแรง เช่นกระเทียม หัวหอมผงกะหรี่ เพราะ อาหารจำพวกนี้ สามารถออกมาทางรูขุมขนได้ จึงทำให้เหงื่อที่ออกจากร่างกายมีกลิ่นและเกิดกลิ่นตัวได้

เหม็นแค่ไหน ถึงต้องไปหาหมอ

กลิ่นตัวถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ จึงต้องได้รับการดูแลอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงได้ดูแลสุขภาพของเราด้วย  เพราะกลิ่นตัวก็สามารถส่งสัญญาณถึงสุขภาพของเราได้เช่นกัน  หากได้รับการดูแลแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะเอาเรื่องกลิ่นตัวให้อยู่หมัด ต้องลองสังเกตว่าเหงื่อและกลิ่นตัวของเรามาจากอะไร หรือมีสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดเหงื่อจากปัจจัยอื่นได้หรือไม่ เพราะในบางครั้ง ต่อมไทรอยด์ที่ทำงานมากเกินปกติ หรือผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน อาจทำให้มีเหงื่อออกมามาก ซึ่งหากมากจนไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ ให้ลองเข้าไปปรึกษาหรือรับการตรวจสุขภาพ ว่าเหงื่อที่ออกมามากนั้น เกิดจากสาเหตุใด หรือเป็นการส่งสัญญาณการเกิดโรคต่าง ๆ หรือไม่